วันที่ 8 กันยายน 2569 นายไชยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย สั่งการในที่ประชุม Morning Brief ประจำสัปดาห์ ที่ห้องประชุมศรีสองรัก ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดเลยให้ทุกอำเภอที่มีความเสี่ยงสูงจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และระดับอำเภอทันที พร้อมจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับจังหวัดและศูนย์ส่วนหน้า เพื่อระดมกำลังพล ทรัพยากร และเครื่องจักรกลสาธารณภัยในการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที รวมทั้งได้สั่งเตรียมพร้อมเสบียงอาหาร น้ำดื่ม การรักษาพยาบาล และจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ และเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน
ทั้งนี้ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย ออกประกาศแจ้งเตือนด่วนที่สุด ให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขัง ระหว่างวันที่ 8–13 กันยายน 2569 โดยประเมินว่าจังหวัดเลยจะมีช่วงเวลาวิกฤตและเสี่ยงภัยที่สุดในวันที่ 9–10 กันยายนนี้ เนื่องจากอิทธิพลของร่องมรสุมพาดผ่านประกอบกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ คาดการณ์ปริมาณน้ำฝนจะตกหนักมากถึงวันละ 70 มิลลิเมตร ส่งผลให้มีปริมาณฝนสะสม 2 วันสูงถึง 140 มิลลิเมตร
ขณะที่สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 16 แห่งของจังหวัดเลย ปัจจุบันมีปริมาณน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 62% (อ่างเก็บน้ำน้ำเลยอยู่ที่ 63%) และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก 127 แห่ง อยู่ที่ 63% ซึ่งภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์ปกติและระบายน้ำได้ดี โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยได้ มอบหมายให้โครงการชลประทานเลยเฝ้าติดตามสถานการณ์และระบายน้ำอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการเกิดอุทกภัย
ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ยังสั่งให้จับตา อ.ภูเรือ ที่จุดเสี่ยง ถนนไม่มีทางระบายน้ำ เป็นจุดเฝ้าระวังพิเศษที่น่ากังวลที่สุด คือ พื้นที่ก่อสร้างถนนในอำเภอภูเรือ ซึ่งยังไม่มีระบบระบายน้ำ โดยก่อนหน้านี้เพียงแค่ฝนตกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร น้ำก็ท่วมสูงระดับครึ่งล้อรถ หากเจอกับฝนตกหนัก 70 มิลลิเมตรตามคาดการณ์ อาจทำให้ระดับน้ำท่วมสูงขึ้นเท่าตัว จนเกิดความโกลาหลและทางตัดขาด ล่าสุดสั่งการให้อำเภอภูเรือประสานแขวงทางหลวงและผู้รับเหมาเตรียมเครื่องสูบน้ำระบายออกจากถนนเป็นการเร่งด่วนแล้ว