วันที่ 1๖ พฤศจิกายน 2568 เวลา ๐๙.๐๐ น. ที่ โรงพยาบาลเลย และ โรงพยาบาลเมืองเลย-ราม นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พร้อมด้วยนายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นางสาวภูมารินทร์ คงเพียรธรรม ปลัดจังหวัดเลย นายธัชชัย ศุกระกาญจน์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเลย นายประวิทย์ ภิญโญ ป้องกันจังหวัดเลย พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ผู้ป่วยจิตเวชใช้อาวุธปืนแก๊ปก่อเหตุในพื้นที่บ้านหินตั้ง ตำบลจอมศรี อำเภอเชียงคาน เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย ขณะเข้าไประงับเหตุ
สำหรับผู้บาดเจ็บประกอบด้วย นายศักดิ์ ดวงศรี ผู้ใหญ่บ้านหินตั้ง หมู่ที่ 3 เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเมืองเลย ราม และ อส.อ.ทินภัทร สารมะโน สมาชิกกองร้อย อส.อ.เชียงคาน ที่ 5 เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเลย โดยผลการ X-Ray ระบุว่าไม่ถูกจุดสำคัญ แพทย์เตรียมผ่าตัดนำกระสุนออก ขณะนี้อาการปลอดภัยและอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยได้สอบถามอาการ พร้อมรับฟังรายงานจากทีมแพทย์ โดยแพทย์ยืนยันว่าผู้บาดเจ็บทั้งสองปลอดภัย พ้นขีดอันตราย โดยผู้ใหญ่บ้าน ถูกยิง 5 จุด ไม่มีอันตรายต่ออวัยวะสำคัญ เตรียมผ่าตัดนำหัวกระสุนออก และคาดว่าสามารถกลับบ้านได้ภายใน 1–2 วัน ส่วนเจ้าหน้าที่ อส. ถูกยิงบริเวณผิวหนังใกล้ปอด แผลไม่ทะลุถึงปอด ได้รับการผ่าตัดทำความสะอาดแผลแล้ว ขณะนี้อาการดีขึ้น แต่ยังต้องใช้เลือด กรุ๊ปพิเศษ คือ กรุ๊ป O Negative ซึ่งโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่นและโรงพยาบาลเลย พร้อมสนับสนุนเลือดอย่างเร่งด่วนแล้ว สำหรับท่านใดที่มีเลือดกรุ๊ป O Negative และประสงค์จะบริจาค สามารถมาบริจาคเพิ่มเติมให้ผู้บาดเจ็บได้ที่ ห้องเลือด โรงพยาบาลเลย
โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้กล่าวให้กำลังใจและชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกนายที่ทำงานอย่างเต็มความสามารถ พร้อมย้ำให้โรงพยาบาลดูแลรักษาผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิด และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกด้านการรักษาอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยยังได้ สั่งการให้ทุกหน่วยทบทวนแผนการเข้าเผชิญเหตุและกระบวนการปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เป็นอันดับแรก รวมถึงเตรียมจัดการฝึกซ้อมร่วมระหว่างฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับมือสถานการณ์เสี่ยง และการดูแลประชาชนในพื้นที่ให้ปลอดภัย./