เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมศรีสองรัก ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดเลย นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้เปิดเผยในโอกาสต้อนรับ ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร กรรมการสภากาชาดไทย ถึงทิศทางการพัฒนาแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในพื้นที่จังหวัดเลย ![]()
แม้จังหวัดเลยจะมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวเติบโตสูงเป็นอันดับ 3 ของภาคอีสาน (ราว 120,000 บาท/คน/ปี) รองจากนครราชสีมาและขอนแก่น
แต่กลับพบ "ปัญหาความเหลื่อมล้ำซ่อนตัวอยู่" โดยมี
ครัวเรือนยากจนสูงถึง 20,000 ครัวเรือน
![]()
เด็กนักเรียนยากจนอีกกว่า 15,000 คน (มากกว่าครึ่งต้องอาศัยอยู่กับปู่ย่าตายายจากปัญหาครอบครัวข้ามรุ่น) ![]()
![]()
เด็กหลุดนอกระบบการศึกษา มีชื่อในทะเบียนราษฎรแต่ไม่อยู่ในระบบอีกประมาณ 3,600 คน และเด็กไม่มีสถานะทางทะเบียนอีกกว่า 100 คน (รวมกว่า 3,700 คน) โดยพบหนาแน่นที่สุดในพื้นที่ อ.เมืองเลย และ อ.วังสะพุง ![]()
ทั้งนี้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) เข้ามาสนับสนุนเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐาน (ค่าเดินทาง/ค่าอาหาร ![]()
) แก่เด็กยากจนพิเศษ 15,000 คน พร้อมเดินหน้าโครงการ "ครูรักถิ่น" ![]()
คัดเลือกเยาวชนพื้นที่ยากจนเรียนครูเพื่อกลับมาบรรจุในโรงเรียนบ้านเกิดทันที ซึ่งปัจจุบันมีครูบรรจุกลับมาแล้ว 46 คน ในโรงเรียน 38 แห่ง พร้อมสนับสนุนทุนอาชีพชุมชนและทุนสายอาชีพ (ปวช./ปวส.) อีกด้วย ![]()
![]()
ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยกล่าวว่า จังหวัดเลยได้จัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจดูแลเด็ก 7 มิติ พร้อมคลอดโมเดลเร่งด่วน โดยให้ ข้าราชการ 1 คน ประกบดูแล ติดตาม และช่วยเหลือครัวเรือนยากจน 1 ครัวเรือน ![]()
ประสานกลไกอำเภอ-จังหวัด ช่วยทั้งเรื่องอาชีพ การผลิต และการหาตลาดรองรับ ![]()
![]()
เป้าหมาย Thailand Zero Dropout จังหวัดเลยตั้งเป้าค้นหาเด็กให้พบ และจัดรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น (Flexible Learning)
เช่น การเรียนควบคู่กับการทำงาน, ระบบ สกร., อาชีวศึกษา หรือการฝึกอบรมอาชีพระยะสั้น เพื่อออกแบบการช่วยเหลือเฉพาะรายบุคคล ให้เด็กและเยาวชนมีอาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน!
อนาคตเด็กไทย ต้องไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ![]()
![]()