<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[เทศกาล ประเพณี]]></title>
<link>https://loei.prd.go.th/th/content/category/index/id/150</link>
<atom:link href="https://loei.prd.go.th/th/content/category/index/id/150" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[งานนมัสการพระธาตุศรีสองรัก]]></title>
<link>https://loei.prd.go.th/th/content/category/detail/id/150/iid/19175</link>
<guid isPermaLink="false">eb854cb223e038d97a337e4c8ac5ba24</guid>
<pubDate>Mon, 17 May 2021 13:16:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="Logo" src="https://loei.prd.go.th/admin/images/login/logo-admin.png" /></p>

<p>ภายในงานเริ่มจากพิธีบูชาพระธาตุโดยมีเจ้ากวน นางเทียม แสน นางแต่งและชาวบ้านจัดเครื่องเซ่นประกอบด้วยกระทงใหญ่ 1 กระทงและกระทงน้อย 8 กระทง พิธีจะทำก่อนเพล เมื่อเสร็จพิธีก็ยกกระทงใหญ่ไปลอยน้ำ ส่วนกระทงน้อยยกไปบูชาตามริมวัด เสร็จจากพิธีบูชาพระธาตุจะเป็นพิธีสรงธาตุ โดยประชาชนเอาน้ำอบน้ำหอมใส่ขันแล้วเอาดอกไม้จุ่มซัดไปรอบๆองค์พระธาตุ ผู้ชายให้เข้าไปในกำแพงแก้วรอบองค์พระธาตุมีเจ้ากวนเป็นหัวหน้านำสรง ส่วนหญิงนำโดยนางเทียมจะสรงใส่กำแพงแก้วรอบนอกองค์พระธาตุ จัดขึ้นทุกๆปี ในวันเพ็ญเดือน 6</p>
]]></description>
<enclosure url='https://loei.prd.go.th/th/file/get/file/202105176726c1a346eda85341c40ff57990863a132010.jpg' type='image/jpg' length='251874' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำ บ้านป่านาด ที่เที่ยวเชียงคาน]]></title>
<link>https://loei.prd.go.th/th/content/category/detail/id/150/iid/19173</link>
<guid isPermaLink="false">08ad036e71f749eb4fbbf86a2bdddbd2</guid>
<pubDate>Mon, 17 May 2021 13:12:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="Logo" src="https://loei.prd.go.th/admin/images/login/logo-admin.png" /></p>

<h3>ที่มาของหมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำ</h3>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำ</strong>&nbsp;ตั้งอยู่ที่ บ้านนาป่าหนาด ตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ค่ะ เดิมทีแล้ว ชาวไทดำอพยพมาจากเมืองเชียงขวาง ประเทศลาว ตั้งแต่ปี พ.ศ.2448 แล้วมาตั้งหมู่บ้านอยู่ที่นี่ค่ะ และที่นี่เลยกลายเป็นศูนย์วัฒนธรรมสำคัญของชาไทดำไปในที่สุด โดยผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน อำเภอเชียงคาน และชาวบ้าน จัดสร้างให้ที่นี่เป็นแหล่งเผยแพร่ข้อมูล วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชาวไทดำนั่นเอง&nbsp;</p>

<h3>กิจกรรมท่องเที่ยวภายในหมู่บ้าน</h3>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ภายในหมู่บ้านก็จะมีการสาธิตทอผ้า การร่ายรำตามประเพณีของชาวไทดำ รวมไปถึงเครื่องใช้เครื่องไม้เครื่องมือในสมัยก่อนที่เก็บไว้เป็นพิพิธภัณฑ์อีกด้วยค่ะ นอกจากนี้ใครที่อยากได้ของที่ระลึกก็สามารถช้อปปิ้งผ้าทอมือพื้นเมืองของชาวบ้านไทดำกลับไปได้ค่ะ</p>

<p>อีกทั้งที่นี่เราจะได้พบกับบ้านจำลองที่สร้างขึ้นตามรูปแบบของชาวไทดำในอดีต โดยบันไดบ้านด้านหน้าของบ้าน จะขึ้นได้แต่เฉพาะผู้ชายเท่านั้นตามความเชื่อของชาวไทดำ เมื่อขึ้นไปแล้วจะเป็นห้องของผีเรือน ผีปู่ย่า ที่ชาวไทดำนับถือ&nbsp;ส่วนสุดท้ายของตัวบ้าน จะเป็นส่วนของครัว และจะมีบันไดที่ใช้เป็นทางขึ้นลงสำหรับผู้หญิงชาวไทดำด้วย</p>

<p>&nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ ด้านหลังของหมู่บ้าน ยังมีจุดชมวิวสวยๆ เป็นทุ่งนาสีทอง ไกลสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียวค่ะ แน่นอนว่า ถ้าเรามาในช่วงฤดูทำนา ตรงนี้ก็จะเป็นสีเขียวขจีสวยงามเช่นกัน</p>

<p>&nbsp; &nbsp;ถ้าเราได้แวะไปเที่ยวหมู่บ้านในช่วงเทศกาลสำคัญต่างๆ ก็จะมีการแสดงวัฒนธรรมของชาวไทดำ ให้เราได้ชมอย่างสนุกสนานอีกด้วยค่ะ&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://loei.prd.go.th/th/file/get/file/2021051783832729a99bce60704f9190cf3cdda8131539.jpg' type='image/jpg' length='37708' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[การละเล่นผีขนน้ำ บุญเดือนหกบ้านนาซ่าว]]></title>
<link>https://loei.prd.go.th/th/content/category/detail/id/150/iid/19160</link>
<guid isPermaLink="false">dbc6fa4075f095bc26a452a5e5177dee</guid>
<pubDate>Mon, 17 May 2021 11:53:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="Logo" src="https://loei.prd.go.th/admin/images/login/logo-admin.png" /></p>

<p>กล่าวคือ ชาวบ้านนาซ่าวแต่เดิม เป็นชนกลุ่มน้อยเผ่าไทยพวน โดยอพยพมาจากฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง จนมาพบบริเวณพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์คือ&nbsp;<strong>&ldquo;นาซำหว้า&rdquo;</strong>&nbsp;ซึ่งเหมาะแก่การตั้งหลังแหล่งเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ พอชุมชนขยายมากขึ้นก็ย้ายมาที่บริเวณบ้านสองโนน ตั้งเป็นหมู่บ้านใหญ่ขึ้น ซึ่งแต่ก่อนหมู่บ้านยังไม่มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ คงนับถือผีบรรพบุรุษ ผีปู่ย่าเท่านั้นประเพณีสืบทอดกันมาตั้งแต่แรกคือ พิธีกรรมไหว้ผีบรรพบุรุษ&nbsp;ซึ่งชาวบ้านร่วมกันจัดขึ้นเรียกว่า<strong>&nbsp;&ldquo;เลี้ยงบ้าน&rdquo;</strong>&nbsp;โดยกำหนดเอาวันเสร็จสิ้นจากการทำไร่ทำนาโดยมี&nbsp;<strong>&ldquo;จ้ำ(ผู้ประกอบพิธีกรรม)&rdquo;</strong>&nbsp;เป็นผู้ทำหน้าที่สื่อสารระหว่างชาวบ้านกับเจ้าปู่จิรมาณพ และเจ้าปู่ผ่านพิภพ ผ่าน บัวนางหรือเจ้าแม่นางเทียม (ผู้เป็นร่างทรงของเจ้าปู่ทั้งสอง) ซึ่งจะทำพิธีเข้าทรงกำหนดวันที่จะเลี้ยงบ้านขึ้น&nbsp;&nbsp;จากนั้นจ้ำจะไปประกาศบอกชาวบ้าน โดยการตะโกนตามสี่แยกหรือที่ชุมชนหนาแน่น ไม่ก็ใช้วิธีขึ้นไปบอกตามบ้านทุกหลังคาเรือนภายในหมู่บ้านว่า ในปีนี้จะกำหนดจัดพิธีการเลี้ยงบ้านแล้ว ให้ชาวบ้านจัดหาข้าวปลา<a href="https://www.sanook.com/travel/restaurant/" target="_blank" title="อาหาร">อาหาร</a>&nbsp;และของบวงสรวงต่างๆ ไปประกอบพิธีกันที่ดอนหอ&nbsp;<strong>&ldquo;ศาลเจ้าปู่&rdquo;</strong>&nbsp;ของหมู่บ้าน เดิมการบวงสรวงนั้น&nbsp;หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการเลี้ยงผีบ้าน ก็จะมีการฉลองด้วยการร้องรำทำเพลง ซึ่งจะประกอบด้วยนางเทียมร่างทรงเจ้าปู่ นางเทียมร่างทรงคนอื่นๆ นางแต่ง จ้ำและผู้มาร่วมพิธีอย่างสนุกสนาน พิธีเลี้ยงบ้านนี้จะทำกันทุกปี แค่ปีละครั้งเท่านั้น จุดมุ่งหมายเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณ ที่ผีปู่ผีย่า ตลอดจนผีบรรพบุรุษในหมู่บ้าน ได้ปกปักรักษา คุ้มครองตนและชาวบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุขทำมาหากินได้อย่างอุดมสมบูรณ์&nbsp;ล่ากันว่า &ldquo;การบวงสรวงสัตว์เลี้ยงภายในบริเวณศาล สัตว์ที่นำไปผูกหลักเลี้ยงจะตายเองโดยไม่มีการฆ่า ขณะที่ประกอบพิธีอัญเชิญผีเจ้าปู่ และผีบรรพบุรุษต่างๆ ให้ลงมากินเครื่องเซ่น&nbsp;ปัจจุบันไม่นิยมทำกันแล้ว เพียงแต่นำเครื่องเซ่นพวกข้าวปลาอาหาร และสิ่งของอื่น ๆ ตามที่กล่าวมาข้างต้นมาประกอบพิธี&rdquo;&nbsp;</p>

<p>&nbsp; การบวงสรวงนั้น จะมีการนำวัว ควาย มาฆ่าเพื่อเป็นเครื่องเซ่นสังเวยตามพิธีกรรม ในเวลาต่อมา ผีเจ้าปู่ได้บอกความผ่านร่างทรงว่า ให้ชาวบ้านทำ &ldquo;แมงหน้างาม&rdquo; หรือ &ldquo;ผีขน&rdquo; เพื่อเป็นการบูชาวัว ควาย ที่มีบุญคุณต่อชาวบ้าน แทนการนำมาฆ่าเพื่อเป็นเครื่องสังเวย</p>

<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; นอกเหนือจากการบูชาเพื่อรำลึกคุณของวัว ควาย ที่มีต่อชาวบ้านแล้ว&nbsp;ยังมีความเชื่อสืบเนื่องต่ออีกว่า&nbsp;&ldquo;ผีขน&rdquo; คือ วัว ควาย ที่ตายไปแล้ว&nbsp;แต่วิญญาณยังคงวนเวียนอยู่ตามห้วย หนอง คลอง บึง รอบๆ หมู่บ้าน เมื่อชาวบ้านไปตักน้ำมาใช้ วิญญาณของสัตว์ทั้งสองจะตามเข้าหมู่บ้านมาด้วย ซึ่งพบแต่ขน และได้ยินแต่เสียงกระดึง แต่ไม่เห็นตัว ชาวบ้านจึงพากันเรียกว่า&nbsp;<strong>&ldquo;ผีขนวัว ผีขนควาย&rdquo;</strong>&nbsp;ยุคแรกๆ จะพากันเรียกว่า &ldquo;การละเล่นผีขน&rdquo; แต่ทุกครั้งหลังจบการละเล่นผีขน ฝนมักจะตก ชาวบ้านจึงพากันเรียกว่า &ldquo;ผีขนน้ำ&rdquo; มาถึงปัจจุบัน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://loei.prd.go.th/th/file/get/file/2021051711cbd411fff593866fff6cf03db86e54115825.jpg' type='image/jpg' length='693417' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ประเพณีแห่ผีตาโขน อ.ด่านซ้าย]]></title>
<link>https://loei.prd.go.th/th/content/category/detail/id/150/iid/3069</link>
<guid isPermaLink="false">d0d9f75f61f98a91ba82668915b3a8c6</guid>
<pubDate>Mon, 17 May 2021 11:33:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://loei.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" /></p>

<p>&nbsp; &nbsp; ป<strong>ระเพณีแห่ผีตาโขน</strong>จัดเป็นส่วนหนึ่งในงานบุญประเพณีใหญ่หรือที่เรียกว่า &quot;งานบุญหลวง&quot; หรือ &quot;บุญผะเหวด&quot; ซึ่งตรงกับเดือน 7 มีขึ้นที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และจัดเป็นการละเล่นที่ถือเป็นประเพณีทุกปี เกี่ยวโยงกับงานบุญพระเวสหรือเทศน์ มหาชาติ ประจำปีกับพระธาตุศรีสองรัก ปูชนียสถานสำคัญของชาวด่านซ้าย เป็นอีกหนึ่งประเพณีที่มีชื่อเสียงและขึ้นชื่อของจังหวัดเลย โดยมีกระบวนแห่ผีตาโขนโดยแต่งกายคล้ายผีและปีศาจใส่หน้ากากขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์มีลวดลายที่งดงามแตกต่างกันไป แสดงการละเล่นเต้นรำกันอย่างสนุกสนานในขบวนแห่งที่แห่ยาวไปตามท้องถนน&nbsp;</p>

<p>กล่าวกันว่า การแห่ผีตาโขนเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่พระเวสสันดรและนางมัทรีจะเดินทางออกจากป่ากลับสู่เมือง บรรดา ผีป่าหลายตน และสัตว์นานาชนิดอาลัยรักจึงพาแห่แหนแฝงตัวแฝงตน มากับชาวบ้านเพื่อมาส่งทั้งสอง พระองค์ กลับ เมือง &quot;ผีตามคน&quot; หรือ &quot;ผีตาขน&quot; จนกลายมาเป็น &quot;ผีตาโขน&quot; อย่างในปัจจุบัน</p>

<p><strong>ชนิดของผีตาโขน</strong><br />
ผีตาโขน ในขบวนแห่จะแยกเป็น 2 ชนิดคือ ผีตาโขนใหญ่และผีตาโขนเล็ก<br />
-&nbsp;<strong>ผีตาโขนใหญ่</strong>&nbsp;ทำเป็นหุ่นรูปผีทำจากไม้ไผ่สานมีขนาดใหญ่กว่าคนธรรมดาประมาณ 2 เท่าประดับตกแต่งรูปร่าง</p>

<p><em><strong>-&nbsp;</strong></em><strong>ผีตาโขนเล็ก</strong>&nbsp;ผีตาโขนเล็กเป็นการละเล่นของเด็ก ไม่ว่าเด็กเล็ก เด็กวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ ทั้งผู้หญิงชาย มีสิทธิ์ทำ และเข้าร่วมสนุก ได้ทุกคน แต่ผู้หญิงไม่ค่อยเข้าร่วมเพราะเป็นการเล่นค่อนข้างผาดโผนและซุกซน</p>

<p><strong>การแต่งกายผีตาโขน</strong><br />
ผู้เข้าร่วมในพิธีนี้จะแต่งกายคล้ายผีและปีศาจใส่หน้ากากขนาดใหญ่ ทำจากกาบมะพร้าวแกะสลักและสวมศีรษะด้วย</p>

<p><strong>การละเล่นผีตาโขน</strong><br />
เนื่องจากงานประเพณีผีตาโขนเป็นงานบุญใหญ่ซึ่งเรียกกันว่างานบุญหลวง จัดขึ้นที่วัดโพนชัย อ.ด่านซ้าย โดยมี การละเล่นผีตาโขน มีการเทศน์มหาชาติมีการทำบุญพระธาตุศรีสองรักและงานบุญต่างๆเข้ามาผสมอยู่รวมๆกัน จึงมีการจัดงานกัน 3 วัน<br />
<strong><em>-&nbsp;</em></strong>วันแรก เริ่มพิธีตอนเช้า 04.00-05.00 น. คณะแสนหรือข้าทาสบริวารของเจ้าพ่อกวนจะนำอุปกรณ์ มีด ดาบ หอก ฉัตร พานดอกไม้ ธูปเทียน ขันห้าขันแปด(พานดอกไม้ 5 คู่ หรือ 8 คู่) ถือเดินนำขบวนไปที่ริมแม่น้ำหมัน เพื่อนิมนต์พระอุปคุตต์ พระผู้มีฤทธานุภาพมาก และมักเนรมิตกายอยู่ในมหาสมุทร เพื่อป้องกันภัยอันตราย และให้ เกิดความสุข สวัสดี เมื่อถึงแล้วผู้อันเชิญต้องกล่าวพระคาถา และให้อีกคนลงไปในน้ำงมก้อนหินใต้น้ำขึ้นมาถาม ว่า &quot;ใช่พระอุปคุตต์หรือไม่&quot; ผู้ที่ยืนอยู่บนฝั่งตอบว่า &quot;ไม่ใช่&quot; พอก้อนหินก้อนที่ 3 ให้ตอบว่า &quot;ใช่ นั่นแหละ พระอุปคุตต์ที่แท้จริง&quot; เมื่อได้พระอุปคุตต์มาแล้ว ก็นำใส่พานแล้วนำขบวนกลับที่หอพระอุปคุตต์ ทำการ ทักขิณาวัฏ 3 รอบ มีการยิงปืนและจุดประทัดซึ่งช่วงเวลานั้นบรรดาผีตาโขนที่นอนหลับหรือ อยู่ตามที่ต่างๆก็จะมาร่วมขบวนด้วย ความยินดีปรีดา เต้นรำ เข้าจังหวะกับเสียงหมากกระแร่ง ซึ่งเป็นกระดิ่งผูกคอวัวหรือกระดิ่งให้เสียงดัง<br />
<strong>-&nbsp;</strong>วันที่สอง เป็นพิธีแห่พระเวส ในขบวนประกอบด้วย พระพุทธรูป 1 องค์ พระสงฆ์ 4 รูป นั่งบนแคร่หามตามด้วย เจ้าพ่อกวนนั่งอยู่บน กระบอกบั้งไฟ ท้ายขบวนเป็นเจ้าแม่นางเทียม กับบริวาร ชาวบ้าน และเหล่าผีตาโขน เดินตามเสด็จไปรอบ เมือง ก่อนตะวันตกดิน สำหรับคนที่เล่นเป็นผีตาโขนใหญ่ ต้องถอดเครื่องแต่งกายผีตาโขนใหญ่ออก ให้หมดและนำไปทิ้งในแม่น้ำหมัน ห้ามนำเข้าบ้าน เป็นการทิ้งความทุกข์ยากและสิ่งเลวร้ายไป รอจนปีหน้าฟ้าใหม่ แล้วค่อยทำเล่นกันใหม่<br />
- วันที่สาม เป็นการรวมเอางานบุญประเพณีประจำเดือนต่างๆของปีมารวมกันจัดในงานบุญหลวง ประชาชนจะมานั่งฟังเทศน์ มหาชาติ 13 กัณฑ์ ที่วัดโพนชัยเพื่อเป็นการสร้างกุศลและเป็นมงคลแก่ชีวิตแก่ชีวิต</p>
]]></description>
<enclosure url='https://loei.prd.go.th/th/file/get/file/2021051793db3b2e0b3d384034091598b47c3433113309.jpg' type='image/jpg' length='184611' />
</item>
</channel>
</rss>
